ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ผู้บริหาร

ดร.มยุรีย์ แพร่หลาย
ผู้อำนวนการโรงเรียน
แบบสำรวจความคิดเห็น
มหาวิทยาลัยที่ต้องการศึกษาต่อ
จุฬาลงกรณ์
ธรรมศาสตร์
มหิดล
ศิลปากร
ศรีนครินทรวิโรฒ
อื่น ๆ
ดูผลโหวด
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 20/12/2010
ปรับปรุง 24/05/2017
สถิติผู้เข้าชม 533193
Page Views 774584
ข่าวประชาสัมพันธ์
"การเรียนรู้ที่ครูไม่ต้องสอน" ณ โรงเรียนโยธินบูรณะอ่างทอง โดย..ครูระพีร์ ปิยจันทร์
"การเรียนรู้ที่ครูไม่ต้องสอน" ณ โรงเรียนโยธินบูรณะอ่างทอง โดย..ครูระพีร์ ปิยจันทร์ 
   บทความ
   ผู้เขียน ได้รับการประสานการเป็นส่วนตัวจาก ดร.มยุรีย์ แพร่หลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนโยธินบูรณะอ่าทอง ให้ไปช่วยสอนวิชาภาษาไทย โดยได้รับการอนุมัติ จากนายธวัช ศรีสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีอ่างทอง เนื่องจากโรงเรียนโยธินบูรณะ อ่างทองไม่มีครูสอนวิชาภาษาไทย เพราะทางเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๕ ยังไม่ได้จัดสรรอัตรามาให้
    รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่นำไปใช้กับนักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะอ่างทองคือ การจัดการเรียนรู้ที่ครูไม่ต้องสอน เริ่มต้นตากการสร้างความตระหนักให้นักเรียนเห็นถึงความจำเป็นของการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะโรงเรียนมีครูไม่เพียงพอ ถ้าคอยจนกว่าจะมีครูมาสอนก็จะเรียนไม่ทันนักเรียนโรงเรียนอื่น ๆ และจะทำให้เสียโอกาสต่าง ๆ ในอนาคต
   เมื่อนักเรียนเข้าใจสถานภาพการเรียนรู้ด้วยตนเองแล้ว จึงแนะนำเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้แก่ ทักษะการอ่าน โดยกระตุ้นให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือและปลูกฝังค่านิยมให้นักเรียนเห็นคุณค่าของการอ่านที่ส่งผลให้ผู้มีนิสัยรักการอ่านประสบความสำเร็จในชีวิต ด้วยการยกตัวอย่างบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมไทย จากนั้นจึงสำรวจทักษะและสมาธิการอ่านของนักเรียนเป็นรายบุคคล และสะท้อนผลการประเมินให้นักเรียนรับรู้ความสามารถในการอ่านของตนเอง
   การประเมินความสามารถด้านการอ่านทำให้นักเรียนเห็นข้อบกพร่องของตนเองและยอมรับที่จะพัฒนาทักษะการอ่านตามกระบวนการที่ผู้เขียนแนะนำ คือ การทำร่องรอยการอ่านเพื่อกำหนดสมาธิและวิเคราะห์สาระสำคัญในขณะอ่านแล้วนำความรู้ที่ได้จากการอ่านมาแบ่งปันประสบการณ์ผ่านการพูด การเขียน และการแสดงออก
   การแก้ปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนมัธยมขนาดเล็ก ที่โรงเรียนโยธินบูรณะ อ่างทอง ซึ่งมีนักเรียน ๑๐๘ คน นักเรียนพิเศษเรียนร่วม ๑ คน ใช้การจัดการเรียนการสอนแบบรวมระดับ คือ ม.๑ - ม.๓ และ ม.๔-ม.๖ จากการสอนในระยะเวลา ๘ สัปดาห์ พบว่า นักเรียนส่วนมากมีความกระตือรือร้นและให้ความร่วมมือในการเรียนดีมาก มีนักเรียน ม.๓ เพียง ๓ คน ที่ยังขาดความพร้อมในการเรียนแต่สามารถปรับปรุงได้ในอนาคต
   นักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะ อ่างทอง ๑๐๐% กำลังได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้ทักษะการอ่านเป็นพื้นฐานสำคัญนำไปสู่การเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ รวมทั้งทักษะชีวิต ทักษะทางสังคม ตามผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่หลักสูตรกำหนด ซึ่งเป็นกระบวนการเดียวกันกับที่ใช้สอนนักเรียน โรงเรียนสตรีอ่างทอง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ทีเรียนวิชาภาษาไทยพื้นฐานกับผู้เขียน
    จากการประเมินผลการเรียนรู้พบว่า นักเรียนโรงเรียนโยธิบูรณะอ่างทอง กับ นักเรียนโรงเรียนสตรีอ่างทอง ที่เรียนด้วยกระบวนการเรียนรู้โดยครูไม่ต้องสอน มีพัฒนาการด้านทักษะทางภาษาไทยดีขึ้นเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่นักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะอ่างทองมีพัฒนาการดีขึ้นชัดเจนกว่านักเรียนโรงเรียนสตรีอ่างทอง เนื่องจากจำนวนนักเรียนในแต่ละระดับของทั้ง ๒ โรงเรียนแตกต่างกันมาก โรงเรียนสตรีอ่างทองมีนักเรียนจำนวน ๕๐ คนต่อห้องเรียนซึ่งมากเกินไป ส่งผลให้นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะต่าง ๆ  ไม่ทั่วถึง ขณะที่โรงเรียนโยธินบูรณะอ่างทอง มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน ๓๐ คน ต่อห้อง ส่งผลให้นีกเรียนได้รับการพัฒนาทักษะอย่างทั่วถึงและมีเวลาในชั้นเรียนเพียงพอ
     ในเวลาที่เหลือก่อนสอบปลายภาค นักเรียนโยธินบูรณะ อ่างทอง จะได้รับการสอนแบบอิงประสบการณ์ ด้วยการกำหนดกิจกรรมให้นักเรียนเผชิญสถานการณ์ต่าง  ๆ ตามที่หลักสูตรกำหนด โดยใช้วรรณคดีเป็นฐาน
      ผู้เขียนมีความสุขและรู้สึกสนุกสนานกับการสอนที่โรงเรียนโยธินบูรณะอ่างทอง ไม่น้อยไปกว่าโรงเรียนสตรีอ่างทอง ต่างกันตรงที่โรงเรียนโยธินบูรณะอ่างทอง เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก มีพื้นที่กว้างขวางจำนวนนักเรียนไม่มาก ทำให้สามารถพัฒนาได้ตามกระบวนการที่ออกแบบไว้ อย่างสมบูรณ์ อุปกรณ์การเรียนและเครื่่องอำนวยความสะดวกพร้อมใช้ ทั้งห้อมคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการทางภาษาและห้องโสตทัศนศึกษา ที่ได้รับการบริหารจัดการโดยคณะครู ๘ คน ภายใต้การนำของผู้อำนวยการหญิง รุ่นใหม่ วิสัยทัศน์ดี มีความมุ่งมั่นคือ ดร.มยุรีย์ แพร่หลาย

โพสเมื่อ : 31 ม.ค. 2557,00:00   อ่าน 732 ครั้ง